[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by cmpls.net 2.5
 โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม
เมนูหลัก
ค้นหาจาก google
ITA

 

  

   เว็บบอร์ด >> แลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ >>
ยาแก้แพ้  VIEW : 9    
โดย ลีแท ยอง

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 183.88.38.xxx

 
เมื่อ : ศุกร์์ ที่ 22 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2563 เวลา 10:03:32    ปักหมุดและแบ่งปัน

                                 

ยาแก้แพ้ เป็นกลุ่มยาต้านฮิสตามีน (Antihistamine) ใช้รักษาและระงับอาการโรคภูมิแพ้และอาการแพ้อื่น ๆ ซึ่งเกิดจากการหลั่งสารฮิสตามีนออกมาเมื่อร่างกายได้รับสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้เกิดอาการคัน จาม มีน้ำมูก น้ำตาไหล บางรายอาจมีฮิสตามีนในท่อหลอดลมบริเวณคอจนทำให้หายใจลำบาก นอกจากนี้ ยังใช้ยาแก้แพ้รักษาอาการป่วยจากการเดินทางหรือการเคลื่อนไหว เช่น เมารถ เมาเรือ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และอาจใช้ยาชนิดนี้รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาการนอนให้นอนหลับง่ายขึ้น เนื่องจากยาแก้แพ้บางชนิดมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการง่วงได้

ยาแก้แพ้มีหลายประเภท แต่โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วง เป็นยารุ่นเดิมซึ่งตัวยาสามารถผ่านเข้าสู่สมองและทำให้เกิดอาการง่วงได้ แต่ยาออกฤทธิ์ได้ไม่นาน จึงต้องรับประทานยาวันละหลายครั้งเพื่อให้การรักษาอาการแพ้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ คลอเฟนิรามีน ไฮดรอกไซซีน โปรเมทาซีน ไดเฟนไฮดรามีน

กลุ่มยาแก้แพ้ที่ไม่ทำให้ง่วง ตัวยาถูกพัฒนาให้มีฤทธิ์เจาะจงกับตัวรับฮิสตามีน จึงมีประสิทธิภาพดีกว่าและออกฤทธิ์ในร่างกายได้นานกว่ายากลุ่มแรก จึงรับประทานเพียงวันละครั้ง และเนื่องจากยาชนิดนี้ไม่ผ่านเข้าสู่สมอง จึงไม่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการง่วงนอนหลังใช้ยา ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ เซทิไรซีน ลอราทาดีน และเฟกโซเฟนาดีน เป็นต้น


                                          สนับสนุนบทความโดย Lucabetasia

                                               เว็บ คาสิโนออนไลน์ ที่ดีที่สุด

คำเตือนในการใช้ยา ยาแก้แพ้ในกลุ่มยาแต่ละประเภทล้วนมีข้อบ่งชี้ ข้อควรระวังในการใช้ยา และส่วนประกอบในยาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงอาการป่วยในปัจจุบัน ประวัติทางการแพทย์ และประวัติการแพ้ยาต่าง ๆ รวมทั้งศึกษาวิธีการใช้ยาและคำเตือนบนฉลากให้ดีก่อนใช้ยาเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาผิดวิธี

ตัวอย่างข้อควรระวังในการใช้ยาแก้แพ้ ได้แก่ แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา หากมีประวัติแพ้ยานี้ ยาแก้แพ้ชนิดอื่น ๆ หรือแพ้สารต่าง ๆ เช่น สีผสมอาหาร หรือวัตถุกันเสีย เพราะยาอาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ หากเป็นยาแก้แพ้ชนิดที่ทำให้ง่วง แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยาถึงประวัติการป่วยและโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ ไทรอยด์ ความดันโลหิตสูง ถุงลมโป่งพอง ต้อหิน หลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง และผู้ที่มีอาการชัก หากเป็นยาแก้แพ้ชนิดที่ไม่ทำให้ง่วง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากอาการป่วยอาจขัดขวางการกำจัดยาออกจากร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงตามมาได้ รวมถึงแจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังใช้ยาลดกรด ยาต้านเชื้อรา หรือยาปฏิชีวนะ เช่น อิริโทรมัยซิน ไรแฟมพิน เพราะยาเหล่านี้อาจมีปฏิกิริยากับยาแก้แพ้ ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง และอาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้เช่นกัน

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา เนื่องจากยาแก้แพ้แต่ละชนิดล้วนมีส่วนประกอบที่แตกต่างกัน จึงอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยาแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้น ผู้ป่วยควรศึกษาข้อมูลยาจากฉลากอย่างระมัดระวัง และใช้ยาอย่างถูกวิธี หากพบอาการผิดปกติเกิดขึ้นหลังใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และไปพบแพทย์ทันทีหากอาการเหล่านั้นไม่ทุเลาลง หรือกลับทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น


สนับสนุนบทความโดย Lucabetasia


เว็บ คาสิโนออนไลน์ ที่ดีที่สุด





โรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
33 หมู่ 11 ตำบล ห้วยใหญ่ อำเภอ บางละมุง จ.ชลบุรี 00084 โทร.038-343601